รีวิว Vivo V7 FullView Display 5.7 นิ้ว มาพร้อมกับกล้องหน้า 24 ล้านพิกเซล

0
2,320 จำนวนผู้เข้าชม

Vivo V7 ถือว่าเป็นสมาร์ทโฟนรุ่นที่สองของค่าย VIvo ที่มาพร้อมกับหน้าจอแบบ FullView Display อัตราส่วน 18:9 หลังจากที่เปิดขาย Vivo V7+ ไปก่อนหน้านี้ กลับมารอบนี้สเปคแทบจะเรียกได้ว่าคล้ายกันมากๆ เพียงแค่มีขนาดหน้าจอเล็กลงเท่านั้นเอง จากเมื่อก่อน Vivo V7+ มาพร้อมกับหน้าจอ 5.99 นิ้ว สำหรับ Vivo V7 จะมากับหน้าจอที่เล็กลงเหลือเพียง 5.7 นิ้วนั้นเอง ทำให้ขนาดตัวเครื่องเล็กลงไปด้วย เป็นขนาดที่กำลังดีเลยครับ หยิบจับใช้งานถนัดมือ โดยเฉพาะสาวๆจับใช้งานถนัดมือพอดี ส่วนรายละเอียดต่างๆ เดี๋ยวเราไปดูพร้อมๆกันเลย

SPEC Vivo V7
  • หน้าจอ FullView Display IPS ขนาด 5.7 นิ้ว อัตราส่วน 18:9 ความละเอียด HD+ 1440 x 720 พิกเซล
  • หน่วยประมวลผล Snapdragon 450 Octa-core / Adreno 506 GPU
  • RAM 4GB
  • ROM 32GB รองรับ microSD สูงสุด 256GB
  • รองรับ 4G LTE  Fullnet Com 3.0 และ VoLTE (2 นาโนซิม / 1 MicroSD Card)
  • Android 7.1.2 Nougat ครอบทับด้วย Funtouch OS 3.2
  • กล้องหน้า ความละเอียด 24 ล้านพิกเซล f/2.0
  • กล้องหลัง ความละเอียด 16 ล้านพิกเซล f/2.0
  • เซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือ และรองรับการปลดล็อคด้วยใบหน้า
  • แบตเตอรี่ 3000mAh
  • ขนาดตัวเครื่อง 149.3 x 72.8 x 7.9 มิลลิเมตร น้ำหนัก 139 กรัม
  • ราคา 9,990 บาท
อุปกรณ์ภายในกล่อง จะดีดังนี้
  1. ตัวเครื่อง Vivo V7
  2. adapter สำหรับชาร์จแบต
  3. สาย micro USB
  4. หูฟัง
  5. เคสใส
  6. เข็มจิ้มถาดซิม
  7. คู่มือและใบรับประกัน

วัสดุและการออกแบบดีไซน์

Vivo มาพร้อมกับจอแบบ FullView Display อัตราส่วน 18:9 ทำให้ตัวเครื่องมีความยาวและเล็กเพรียวบางลง ทำให้จับใช้งานสะดวกขึ้นในอัตราส่วนเท่าๆกัน ขอบด้านข้างและหัวล่างถือว่าเหลือพื้นที่น้อย ยิ่งช่วยให้ตัวเครื่องเล็กลงไปด้วย ความละเอียดหน้าจอ HD+ 1440 x 720 พิกเซล เนื่องจากจอเป็นแบบ IPS การแสดงผลถือว่าสวยงามใช้ได้เลยครับ ความสว่างหน้าจอ การเกลี่ยสี ทำได้ดีมากๆ น่าจะเป็นอีกรุ่นที่ใช้หน้าจอ HD+ ที่แสดงผลได้สวยงาม การทัชหน้าจอถือว่าไหลลื่นดี รองรับมัลติทัชได้ 10 จุด

เหนือขอบจอจะมีไฟแสดงสถานะการแจ้งเตือน และชุดเลนส์กล้องหน้าที่มาพร้อมกับความละเอียด 24 ล้านพิกเซล และลำโพงสนทนา สุดท้ายคือชุดเซนเซอร์วัดแสง ด้านล่างขอบจอ จะไม่มีปุ่มใดๆ เพราะปุ่มนำทางได้ย้ายมาอยู่บนหน้าจอเรียบร้อยแล้ว

วัสดุตัวเครื่องรวมไปถึงฝาหลังจะเป็น โพลิเมอร์ คือ พลาสติกผสมอานุภาคโลหะ ถ้ามองผ่านๆจะคล้ายๆโลหะครับ วัสดุแบบนี้ช่วยในการขึ้นรูปได้บางและเบา ไม่แตกหักง่ายและดูสวยงาม

ช่วงด้านบนของฝาหลังจะมีชุดกล้องหลังความละเอียด 16 ล้านพิกเซล และไฟแฟรช ถัดลงมาจะเป็นส่วนของตำแหน่งสแกนลายนิ้วมือ การตัดมุมต่างๆของฝาหลังจะมองดูเหมือนวัสดุแบบโลหะ แต่จริงๆไม่ใช่นะครับ ก็ดูสวยงามไปอีกแบบ

ด้านล่างจัวเครื่องจะเป็นช่องเสียบหูฟังแบบ 3.5 มม. ไมค์สนทนา และช่อง Micro-USB สำหรับชาร์จแบตหรือโอนถ่ายข้อมูล สุดท้ายคือลำโพงตัวเครื่อง

ฝั่งขวาของตัวเครื่องจะมีปุ่มปรับระดับเสียงแและปุ่ม เปิด-ปิด ตัวเครื่อง

ด้านบนตัวเครื่องจะมีช่องไมค์ตัดเสียงรบกวนมาให้

ฝั่งซ้าย จะเป็นช่องใส่ซิมการ์ด รองรับการใส่ 2 ซิม และเพิ่มหน่วยความจำแบบ Micro-SD รองรับสูงสุด 256 GB และถ้าสังเกตุด้านบนตัวเครื่องจะมีไมค์ตัดเสียงรบกวนมาให้แล้วนะครับ 

ขนาดตัวเครื่องเมื่อถือใช้งาน 149.3 x 72.8 x 7.9 มิลลิเมตร น้ำหนัก 139 กรัม

ระบบปฎิบัติการ

Vivo V7 มาพร้อมกับ Android 7.1.2 Nougat ครอบทับด้วย Funtouch OS 3.2 หน้าตา UI อาจจะเหมือนเดิม แต่การปรับตั้งค่าจะเปลี่ยนไปบ้าง สำหรับรอมของค่าย Vivo ถือว่านิ่งมากครับ ใช้งานดีไม่ค่อยเจอปัญหาใดๆ หลายๆคนคงติดใจ Funtouch ของค่ายนี้

ธีมสำหรับคนชอบตกแต่งหน้าจอ มีมาให้โหลดใช้งานปกตินะครับ เริ่มมีหลายรูปแบบหล่ะ

สำหรับค่าย Vivo สิ่งที่ประทับใจอีกอย่างคือ ระบบการแจ้งเตือน ที่ถือว่าทำงานได้ดีมากๆ หมดกังวลเรื่องการขาดการแจ้งเตือน มีทั้งระบบสั่น เสียงแจ้งเตือน รวมไปถึงตัวเลขการแจ้งเตือนบนไอคอนให้อีก การแจ้งเตือนถือว่าดีงามมากๆ แม่ค้า online ถือว่าสำคัญมากๆสำหรับโหมดนี้ หมดกังวลได้เลยครับ(นอกจากว่าท่านจะเน็ตหมด)

เมื่อมาพร้อมกับ Android 7.x การใช้งานสองหน้าจอก็เพิ่มเข้ามาให้ใช้งานปกติ Vivo V7 เข้าไปใช้งานสองจอได้ง่ายมากๆ เข้าไปตั้งค่าให้ใช้สามนิ้วรูดลงก็พร้อมเข้าโหมดสองจอแล้ว หรือจะเข้าไปเมนูลัคก็ได้ครับ

เนื่องจากทาง Vivo ได้นำปุ่มนำทางมาไว้บนหน้าจอ ปุ่ม On Screen สามารถสลับย้ายตำแหน่งได้ เพิ่มความสะดวกสบายในการใช้งานอีกหนึ่งเรื่อง สามารถปรับสีของแถบ On Screen ได้เช่นกันครับ หรือจะซ่อนปุ่มก็ทำได้เช่นกัน

โหมดถนอมสายตา สามารถตั้งเวลาทำงานได้ ช่วยถนอมสายตาเวลาใช้งานกลางคืน สายตาไม่ล้าแม้ใช้งานนานๆ

ประสิทธิภาพการทำงาน

Vivo V7 มาพร้อมกับชิปประมวลผล Snapdragon 450 Octa-core 1.8GHz / Adreno 506 การใช้งานต่างๆ ทั้งโซลเชียลและการเล่นเกมส์ ถือว่าทำผลงานได้ดีเลยครับ ส่วนหนึ่งน่าจะเป็นเพราะความละเอียดหน้าจอที่ไม่สูงมากนักเลยทำให้การ์ดแสดงผลหน้าจอ Adreno 506 ขับได้สบายๆ

คะแนนที่เทส AnTuTu Benchmark ออกมาตามตารางเลยครับ การใช้งานทั่วไป รวมไปถึงการเล่นเกมส์ ถือว่าทำได้ดีพอสมควรถ้าเทียบกับค่าตัวไม่ถึงหมื่น การเล่นเกมส์ที่ไหลลื่น ส่วนหนึ่งก็เพราะหน้าจอความละเอียดไม่สูงมากนัก Adreno 506 สามารถขับได้นั้นเองครับ

โหมดการเล่นเกมส์ เพิ่มความสำคัยในการเล่นเกมส์และยังไม่ขาดการติดต่อ ขณะเล่นเกมส์แล้วมีสายเข้า เกมส์ยังเล่นไปปกติครับ ไม่หยุดทำงาน เราเพียงเลือกว่าจะรับสายหรือไม่เท่านั้น

RAM 4 GB เปิดใช้งานจะเหลือพื้นที่ราวๆ 2.05GB

ROM 32 GB รองรับ Micro-SD สูงสุด 256 GB รองรับ OTG เซนเซอร์ต่างที่จำเป็นมีมาให้ครบ

รองรับการใช้งานสองซิมพร้อมเพิ่มหน่วยความจำ (2 นาโนซิม / 1 MicroSD Card) Fullnet Com

ดูหนัง-ฟังเพลง

หน้าจอ 5.7 นิ้วที่ถือว่าแสดงผลได้สวยงามพอๆกับกลุ่ม FHD บางตัวได้สบายๆครับ ความสว่างหน้าจอรวมไปถึงการเกลี่ยสีทำได้ดีมากๆ ดูหนัง เล่นเกมส์เต็มอารมณ์ ส่วนการฟังเพลงโดนตัดชิปเสียง  AK4376A ออกไปนะครับ แต่คุณภาพเสียงผ่านหูฟังก็ยังถือว่าดีพอตัว 

กล้องถ่ายรูป

กล้องหน้า มาพร้อมกับความละเอียด 24 ล้านพิกเซล ค่ารูรับแสง f2.0  Selfie Softlight โหมดหน้าสวย Face Beauty 7.0 เป็นเทคโนโลยีของทาง Vivo เอง ที่จะช่วยการถ่ายภาพสวยงามสมจริงยิ่งขึ้น มีโหมด Live PHOTO,Group Selfie, HDR, Camera Filter มาให้

ภาพจากกล้องหน้า Vivo V7

กล้องหลัง ความละเอียด 16 ล้านพิกเซล ค่ารูรับแสง f2.0 จุดขายของกล้องค่าย vivo คงเป็นโหมด Professional เลือกปรับแต่งได้ตามใจชอบ เหมาะสำหรับมืออาชีพหรือคนที่กำลังหัดถ่ายภาพครับ

ภาพจากกล้องหลัง Vivo V7

คุณสมบัติพิเศษ

การจับหน้าจอแบบยาวและไฟล์วีดีโอ การโคลนแอพเพื่อใช้งานสองไอดีพร้อมกัน(ใช้ได้บางแอพ) การจับสัญญาณ GPS ได้รวดเร็วและแม่นยำ

การปลดล็อคหน้าจอด้วยใบหน้า และการปลกล็อคด้วยลายนิ้วมือ สามารถล็อคแอพภายในได้อีกด้วยครับ เพิ่มความปลอดภัยยิ่งขึ้น

แบตเตอรี่ 3,000mAh เท่าที่ใช้งานทั้งวัน ผมไม่เคยหมดก่อนกลับบ้านซักที แบตอึดใช้ได้เลยครับ ขาดเพียงแค่ชาร์จเร็วไปเท่านั้นเอง

สรุป

ถ้าดูจากตัวเลขสเปคที่ให้มาอาจจะไม่หวือหวาเท่าไดนัก แต่การใช้งานพื้นฐานทั่วไปผมมองว่า Vivo ให้มาเกือบครบเลยนะ(ขาดแค่ชาร์จเร็ว) หน้าจอแสดงผลได้สวยงาม รองรับสองซิมพร้อมเพิ่มหน่วยความจำ หน่วยประมวลผลที่แรงสมเหตุสมผลและมีความสัมพันธ์กับขนาดหน้าจอ อาจจะไม่แรงมากแต่ก็เพียงพอต่อการใช้งานทุกๆด้านแน่นอน กล้องหลังถ่ายสนุกดีครับ ตามสไตล์ Vivo และที่ประทับใจอีกเรื่องคือการแจ้งเตือนนี่หล่ะ ถือว่าเป็นส่วนสำคัยของหลายๆคนครับ ค่าตัวไม่ถึงหมื่นบาท ถือว่าเป็นทางเลือกที่ดีอีกรุ่นหล่ะกัน