เผยผล Benchmark เกม Wolfenstein II: The New Colossus จาก PurePC ทำให้รู้ว่า VRAM 4 GB อาจไม่เพียงพอต่อการเล่นเกมอีกต่อไป!

0
433 จำนวนผู้เข้าชม

ถือว่าเป็นอีกหนึ่งเกม ที่กินสเปคมากเลยทีเดียว สำหรับ Wolfenstein II: The New Colossus ซึ่งได้เปิดตัวไปเมื่อไม่นานมานี้ และวันนี้ผมก็มีผลทดสอบประสิทธิภาพการ์ดจอมาให้เพื่อนๆ ได้ชมกันครับ

ก่อนอื่นต้องบอกให้เพื่อนๆ ทราบก่อนว่า Wolfenstein II: The New Colossus ใช้ Vulkan API ในการพัฒนาเกม นั่นหมายความว่า มีความเป็นไปได้ที่การ์ดจอจากทาง AMD จะสามารถทำเฟรมเรตได้ดีกว่าคู่แข่ง

สเปคขั้นต่ำที่ต้องใช้ในเกม Wolfenstein II: The New Colossus

CPU: Intel Core i7-3770 / AMD FX-8350

RAM: 8 GB

GPU: NVIDIA GeForce GTX 770 4 GB / AMD Radeon R9 290 4 GB

HDD: 55 GB of free disk space

Microsoft Windows 7 64-bit

สามารถตั้งค่าเกมที่: Low / 60 FPS / 720p

 

สเปคแนะนำในการเล่นเกม Wolfenstein II: The New Colossus

CPU: Intel Core i7-4770 / AMD FX-9370

RAM: 16 GB

GPU: NVIDIA GeForce GTX 1060 6 GB / AMD Radeon RX 470 4 GB

HDD: 55 GB of free disk space

Microsoft Windows 7 64-bit

สามารถตั้งค่าเกมที่: High / 60 FPS / 1080p

เห็นไหมครับ ซีพียูที่แนะนำยังเป็นแบบ Quad-Core ถึง Octa-Core แถมแรมการ์ดจอก็ต้องใช้ถึง 4 GB ขึ้นไป นี่ทำให้เห็นว่าในอนาคต เกมจะเริ่มมีใช้ทรัพยากรเครื่องสูงขึ้น ดังนั้นเตรียมตัวกันไว้ให้ดีๆ นะครับ

 

ส่วนสเปคของเครื่องที่ทาง PurePC ใช้ในการทดสอบมีดังนี้ครับ

CPU: Intel Core i7-7700K 4800 MHz           

Motherboard: MSI Z270 Gaming M7

RAM: 2x 8GB G.Skill Trident Z 3200 CL14 (GPU)

SSD: Samsung SSD 850 Pro 1TB  

Power Supply: be quiet! Dark Power Pro P10 1200W

1080p Benchmarks

เริ่มต้นกันที่ผลทดสอบบนความละเอียด 1080p โดยมีการแบ่งการตั้งค่าเกมออกเป็น Low, High และ  Mein Leben (Ultra+) ได้ผลคะแนนดังนี้ครับ

LOW

AMD Radeon R9 380 กลายเป็นการ์ดจอล่างสุดที่สามารถเล่นเกมในการตั้งค่าแบบ Low ได้ที่ 60 FPS ส่วนการ์ดจอรุ่นี่มีแรมน้อยกว่า 4 GB นั้น ได้คะแนนไม่ค่อยดีเท่าไร ส่วนใหญ่จะวิ่งอยู่ 40-30 FPS แต่ทั้งนี้จะเห็นได้ว่า เจ้า GTX 1060 3GB กลับทำคะแนนได้ค่อนข้างดีเลยทีเดียว แม้แรมจะน้อยกว่า 4 GB อันนี้น่าจะเป็นเพราะเรื่องของจำนวน Core ที่มีเยอะ และส่วนประกอบอื่นๆ ในตัวการ์ดด้วยครับ

HIGH

ถัดมาเป็นการตั้งค่าแบบ High ตรงนี้การ์ดจอที่มีแรมน้อยกว่า 4 GB เริ่มมีความแตกต่างอย่างชัดเจน RX 470 มีคะแนนนำในกลุ่มนี้ รองลงมาจะเป็นการ์ดจากทาง Nvidia นี่ทำให้เห็น่วา Vulkan API ที่ใช้ในการพัฒนาเกม มีส่วนช่วยผลักดันประสิทธิภาพของเกมที่ใช้งานร่วมกับการ์ดจอจาก AMD ได้เป็นอย่างดี

Mein Leben (Ultra+)

ในการตั้งค่าแบบ Mein Leben ในการตั้งค่าระดับนี้ จะต้องใช้การ์ดจอระดับสูงหน่อยนะครับ และแรมการ์ดจอเองก็เป็นส่วนสำคัญ เมื่อเปรียบเทียบระหว่าง R9 Fury ที่ใช้แรม HBM 4GB กับ RX 580 ที่เป็นแรม GDDR5 8GB นั้น RX 580 จะทำคะแนนได้ดีกว่าเล็กน้อย เพราะมีแรมมากกว่าครับ

ส่วนในการ์ดระดับท็อปๆ ในความละเอียดเท่านี้ AMD RX Vega 64 สามารถทำคะแนนนำ GTX 1080 Ti ไปถึง 14 FPS

 

1440p Benchmark

ในความละเอียดระดับนี้ จะมีผลการทดสอบในการตั้งค่าระดับ Mein Leben (Ultra+) เท่านั้นนะครับ

จากผลการทดสอบพบว่า เมื่อนำ RX Vega 64 เทียบกับ GTX 1080 โดยทั้งสองมีแรม 8 GB เท่ากัน RX Vega 64 สามารถทำคะแนนได้ดีกว่าพอสมควร

แต่เมื่อนำ RX Vega 64 ไปเทียบกับ GTX 1080 Ti พบว่าคะแนนเกือบเท่ากันเลย แสดงว่าที่ความละเอียดสูงกว่านี้ แรมการ์ดจอ 8GB อาจไม่เพียพอ

 

4K Benchmark

และสุดท้ายกับความละเอียดระดับ 4K มีการตั้งค่าเกมไว้ในระดับ Ultra ซึ่งผลที่ได้ตรงกับการคาดการณ์เอาไว้นะครับ

GTX 1080 Ti สามารถทำคะแนนได้ดีกว่า RX Vega 64 อยู่ประมาณหนึ่ง ด้วยเหตุที่มีแรมการ์ดจอมากกว่าครับ และทั้งสองเป็นการ์ดจอเพียง 2 ตัวที่สามารถเล่นเกมได้ในระดับ 60 FPS

จากผลการทดสอบทั้งหมดนี้ จะเห็นได้ว่าการ์ดจอจากทาง AMD สามารถทำคะแนนได้ค่อนข้างดีเลยทีเดียว ด้วยพลังของ Vulkan API ที่สามารถรีดประสิทธิภาพของการ์ดจออกมาได้ ทั้งนี้ VRAM (แรมการ์ดจอ) ขนาด 4 GB เริ่มเข้ามามีบทบาทมากขึ้น และคาดการณ์ว่ามันจะกลายเป็นมาตรฐานขั้นต่ำของเกมอื่นๆ ในอนาคตครับ

ขอขอบคุณข้อมูลจาก https://www.purepc.pl/karty_graficzne/test_wydajnosci_wolfenstein_ii_the_new_colossus_was_das_ist_gut?page=0,8