รีวิว OPPO R15 PRO ตะลุยไต้หวัน เครื่องเดียวจบ ตอบโจทน์ทุกฟังก์ชั่น

0

สวัสดีครับเพื่อนๆ Extreme PC ทุกๆท่านครับ ผมเคยทำพรีวิว OPPO R15 PRO ก่อนหน้านี้ไปครั้งหนึ่งแล้ว ชูจุดเด่นต่างๆที่ควรรู้จักก่อนใช้งาน และเมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมาผมได้มีโอกาสไปเที่ยวที่ไต้หวันและได้พกเอา OPPO R15 PRO ไปใช้งานด้วยเป็นเครื่องหลัก ใช้แบบจริงจังมากภายในหนึ่งอาทิตย์ เดี๋ยวเราไปดูกันครับ ว่ามันตอบโจทน์การใช้งานได้ดีขนาดไหน ไปเลย

SPEC OPPO R15 PRO

  • หน้าจอ OLED 16 ล้านสี ขนาด 6.28 นิ้ว ความละเอียด FHD+ 1080 x 2280 พิกเซล ในอัตราส่วน 19:9
  • ชิปประมวลผล Qualcomm Snapdragon 660 AIE Octa Core ความเร็ว 2.2GHz / Adreno 512
  • RAM 6GB
  • ROM 128GB รองรับ microSD Card 256GB
  • กล้องหน้า ความละเอียด 20 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.0 และ AI Beauty 2.0
  • กล้องหลังคู่(Daul Camera) ความละเอียด 20+16 ล้าน รูรับแสง f/1.7  พร้อมไฟแฟลช LED และระบบ PDAF
  • Android 8.1 Oreo ครอบทับด้วย Color OS 5.0
  • รองรับเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ (Fingerprint Scanner)
  • รองรับระบบปลดล็อกด้วยใบหน้า Face Access
  • Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac, dual-band, WiFi Direct, hotspot, Bluetooth 5.0 และ NFC
  • 4G LTE Band 1/2/3/4/5/7/8/12/17/34/38/40/41 และ 3G 850/900/1900/2100 MHz
  • แบตเตอรี่ 3,400 mAh รองรับ เทคโนโลยีชาร์จไว VOOC Flash Charge
  • ขนาด 156.5 × 75.2 × 8 มิลลิเมตร หนัก 180 กรัม
  • วางจำหน่าย 2 สี Ruby Red, Cosmic Purple
  • ราคา 19,990 บาท รับประกันตัวเครื่อง 2ปี เครื่องมีปัญหาเปลี่ยนใหม่ทันที

อุปกรณ์ภายในกล่องที่เราจะได้รับนะครับ

  1. ตัวเครื่อง OPPO R15 PRO พร้อมติดฟิมล์หน้าจอมาให้เรียบร้อย
  2. สายชาร์จ Micro-USB รองรับ VOOC Flash Charge
  3. อแดปเตอร์ชาร์จไฟ รองรับ VOOC Flash Charge
  4. หูฟัง
  5. เข็มจิ้มถาดซิม
  6. คู่มือการใช้งาน

วัสดุและการออกแบบดีไซน์

OPPO R15 PRO มาพร้อมกับหน้าจอ OLED 16 ล้านสี ขนาด 6.28 นิ้ว ความละเอียด FHD+ 1080 x 2280 พิกเซล ในอัตราส่วน 19:9 Super View Screen Display สัดส่วนหน้าจอ 89% แสดงผลได้สวยงามมากๆ สีของจอไม่จัดมากไป ความสว่างของหน้าจอสูงกว่ารุ่นก่อนๆเยอะเลยสำหรับ oppo ครับ รอยบากไม่ใหญ่เกินไป ขอบด้านข้างทั้งสี่ด้านเหลือพื้นที่น้อยมากๆ ทำให้ตัวเครื่องมีขนาดเล็กลงไปด้วย

เทคโนโลยีการผลิตตัวเครื่องแบบ Double-Sided Glass Unibody ด้านหลังเป็นกระจก 3D Corning Gorilla Glass 5 โดยการวางทับซ้อนกันหลายๆชั้นเพื่อให้เกิดเฉดสีไล่ระดับ เพิ่มความสวยงามและหรูมากขึ้นเวลาถือใช้งาน(แทบไม่อยากใส่เคส) ด้านข้างกรอบตัวเครื่องจะเป็นอลูมิเนียม เรื่องวัสดุผมให้เต็มร้อยเลยครับ ทำออกมาได้ดีมากๆ รอยต่อต่างๆงานเนี๊ยบ น่าถือใช้งาน

ระบบปฎิบัติการ

OPPO R15 PRO มาพร้อมกับ Android 8.1 Oreo ครอบทับด้วย Color OS 5.0 ทำงานได้ไหลลื่น การแจ้งเตือนต่างๆทำได้ดีมากๆ ไม่พลาดการติดต่อแน่นอน มีทั้งแจ้งเตือนแบบเสียงและตัวเลขบนไอคอนกันพลาดในการติดต่อ และยังมีธีมสวยๆไว้ให้โหลดใช้งานฟรีๆครับ

ฟังก์ชั่นพิเศษในด้านซอฟแวย์สำหรับ OPPO R15 PRO ก็จะมีดังนี้

  • การปลดล็อคหน้าจอ ทั้งระบบสะแกนลายนิ้วมือ(Fingerprint Scanner) และปลดล็อคด้วยใบหน้า (Face Access)
  • การโคลนแอพ รองรับใช้งานได้หลากหลายแอพมากขึ้น
  • การจัดการพลังงานและเร่งประสิทธิภาพของชิปประมวลผล
  • การแบ่งหน้าจอ สามารถใช้ 2 หน้าจอพร้อมกัน
  • แกลลอรี่ สามารถสร้างอัลบั้มและพรีวิวเป็นโหมดวีดีโอแบบสั้นๆให้ได้ สามารถอัพผ่านโซเชียลได้เลย

ประสิทธิภาพการทำงาน

OPPO R15 PRO เลือกใช้ชิปประมวลผล Qualcomm Snapdragon 660 AIE(Atificial Intelligence Engine) Octa Core ความเร็ว 2.2GHz / Adreno 512 ชิปประมวลผลชุดนี้รองรับ ai technology เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ สำหรับออกคำสั่งต่างๆทั้งระบบจัดการพลังงาน และเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน รวมไปถึงกล้องถ่ายรูปด้วยครับ เทคโนโลยีนี้จะเข้ามามีบทบาทกับชีวิตเรามากขึ้นในอนาคต

สำหรับการเล่นเกมส์ก็เล่นได้ไหลลื่น อาจจะไม่เท่าเรือธง สำหรับแฟนเกมส์มิ่งจะเรียกว่า ระดับกลางหรือ Medium แต่ที่ผมชอบคือระบบ Game Acceleration ที่จะเพิ่มประสิทธิภาพให้ดียิ่งขึ้น จะไปเคลียร์ Cache และ Memory ให้ตัวระบบจัดการได้ดีขึ้นนั้นเอง และ ฟังก์ชั่น Hold off Distractions จะเป็นการแจ้งเตือนขณะเล่นเกมส์ โดยเกมส์ยังเดินหน้าไปเรื่อยๆ

หน่วยความจำภายในตัวเครื่อง RAM 6 GB / ROM 128 GB รองรับ microSD Card 256GB

ดูหนัง-ฟังเพลง

การเดินทางยาวนาน ขาดไม่ได้เลยคือการฟังเพลง เป็นฟังก์ชั่นที่หลายคนใช้งานขณะนั่งรถ นั่งเครื่อง เป็นเวลานานๆ และ OPPO R15 PRO ให้คุณภาพเสียงผ่านหูฟังดีมากๆ ใครชอบฟังเพลงที่เน้นเบสหนักๆแนะนำเลยครับ และยังมีช่องเสียบหูฟัง 3.5 มาให้ด้วยครับ ยังไม่ได้หายไปไหน

กล้องถ่ายรูป

กล้องหน้า ความละเอียดมาที่ 20 ล้านพิกเซล พร้อมระบบ AI Beauty 2.0 มี Auto HDR และ Depth Effect สามารถถ่ายหน้าชัดหลังเบลอได้

ภาพถ่ายจากกล้องหน้า

กล้องหลังคู่(Daul Camera) ความละเอียด 20+16 ล้าน รูรับแสง f/1.7  พร้อมไฟแฟลช LED และระบบ PDAF และที่สำคัญใช้เซ็นเซอร์ตัวล่าสุด Sony IMX519 ช่วยให้การถ่ายภาพดีขึ้น เก็บรายละเอียดได้ดียิ่งขึ้นแม้แสงน้อย ส่วน SW จะมี AI Scene Recognition ช่วยในการถ่ายภาพสามารถวิเคราะห์สิ่งของหรือสภาพแวดล้อมต่างๆให้เราได้เลย เพียงอยู่ในโหมด Auto ครับ

ภาพถ่ายจากกล้องหลัง OPPO R15 PRO ในโหมด auto

คุณสมบัติพิเศษ

เนื่องจากเอา OPPO R15 PRO เอาไปใช้งานต่างถิ่น การนำทางผ่าน GPS ถือว่าสำคัญมากๆครับ โดยเฉพาะการดูสภาพอากาศบ้านเขาถือว่าสำคัญเลย เพราะจะต้องเตรียมตัวในการเดินทาง ทั้งเส้นทาง ภูมิอากาศ รวมไปถึงความสูงจากน้ำทะเล OPPO R15 PRO ช่วยได้เลยเลย

แบตเตอรี่

เป็นอะไรที่สำคัญมากๆๆๆ สำหรับการเดินทาง โดยปกติผมไม่ค่อยชอบเพาเวอร์แบงค์ด้วย OPPO R15 PRO ถามว่าแบตลดลงเร็วไหม ตอบเลยว่าเร็วครับ ก็ทำใจแล้วหล่ะว่าชิปชุดนี้แบตจะลงเร็วหน่อย ยิ่งนำออกไปเที่ยวข้างนอก ฟังเพลงตลอดเส้นทาง รวมไปถึงการเก็บภาพทุกช็อตระหว่างเดินทาง แบตก็ต้องลงเร็วเป็นพิเศษ แต่ OPPO R15 PRO มีระบบชาร์จเร็ว VOOC Flash Charge ถือว่าเป็นพระเอกในทริปนี้เลยครับ ช่วงที่เราพักกินข้าวหรือทานกาแฟ หรือแม้แต่เข้า 7-11 เขาจะมีโต๊ะและปลั๊กชาร์จแบตให้ แค่นั่งทานกาแฟหนึ่งแก้วแบตก็ขึ้นไปหลาย % หล่ะ ชาร์จเร็วมากๆ สะดวกจริง

สรุป

เท่าที่นำออกไปใช้งานที่ไต้หวันด้วยหนึ่งอาทิตย์ OPPO R15 PRO ตอบโจทน์ให้ผมได้ทุกๆด้านเลยครับ ตั้งแต่การฟังเพลงขณะเดินทาง ถ่ายภาพต่างๆภายในทริป ภาพออกมาสวยแทบไม่ต้องยกกล้องใหย่มาใช้งานเลย การนำทางที่ไว้ใจได้ รวมไปถึงระบบชาร์จแบตที่รวดเร็ว ถือว่าเป็นเรื่องสำคัญมากเวลาเดินทาง