รีวิว ASUS Zenfone5 สมาร์ทโฟนใหม่ล่าสุด มาพร้อม A.I. technology

0

ASUS Zenfone5 สมาร์ทโฟนที่ออกแบบได้สวยขึ้น ฉลาดขึ้น มาพร้อม A.I. technology สามารถคิดและวิเคราะห์ได้เหมือนมนุษย์ มาพร้อมกับชิปเซต Qualcomm Snapdragon 636 สภาปัตยกรรมการผลิต 14นาโนเมตร Octa-core 64bit พร้อมเทคโนโลยี Artificial Intelligence (A.I.) จะเข้ามาช่วยในการจัดการพลังงานต่างๆและรีดพลังงานมาใช้งานได้สูงสุด (A.I. Boots) กล้องหลังคู่ Dual camera ความละเอียด 12+8 ล้านพิกเซล เซนเซอร์หลักใช้ Sony IMX363 ทำงานควบคู่กับ A.I. Photography ช่วยให้การถ่ายภาพดีขึ้น รายละเอียดการใช้งานเดี๋ยวเราไปดูพร้อมๆกันได้เลยครับสำหรับ ASUS Zenfone5 บอกเลยว่าไม่ธรรมดาแน่นอน

SPEC ASUS Zenfone5

  • หน้าจอ Super IPS ขนาด 6.2 นิ้ว ความละเอียด FHD+ 2246×1080 พิกเซล อัตราส่วน 19:9 ความสว่างของหน้าจอ 550nits รองรับระบบของสี NTSC ที่ 95.4% สนับสนุน DCI-P3
  • Daul 4 G LTE standby (LTE CAT12)
  • Android Oreo ครอบทับด้วย ASUS ZenUI 5.0
  • ชิปเซต Qualcomm Snapdragon 636 สภาปัตยกรรมการผลิต 14นาโนเมตร Octa-core 64bit พร้อมเทคโนโลยี Artificial Intelligence (A.I.) และ A.I.Boost
  • GPU Adreno 509
  • RAM 4 GB
  • ROM 64 GB รองรับ microSD สูงสุด 2TB
  • กล้องหน้า ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล f2.0 Omnivision 8856 sensor เลนส์วาย 84 องศา
  • กล้องหลังคู่ Dual camera ความละเอียด 12+8 ล้าน กล้องหลักใช้เซ็นเซอร์ Sony IMX363 ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/1.8 มุมมองการรับภาพ 83 องศา กล้องรอง 8 ล้านพิกเซลเป็นเลนส์วาย 120 องศา รูรับแสง f/2.2
  • ระบบเสียง Dual Speaker เทคโนโลยี NXP9874 Smart AMP , Hi-Res Audio 192kHz / 24-bit เทคโนโลยี DTS HeadphoneX จำลองสภาพเสียงรอบทิศทางในแบบ 7.1 Channel / APTX พร้อม Bluetooth 5.0 A2DP
  • ระบบสแกนลายนิ้วมือ พร้อมระบบปลดล็อคด้วยใบหน้า
  • แบตเตอรี่ 3,300mAh พร้อมเทคโนโลยี BoostMaster และ A.I. Charging
  • ขนาดตัวเครื่อง 75.6x153x7.7 มม. หนัก 155 กรัม
  • มี 2 สี Midnight Blue กับ Meteor Silver
  • ราคา 13,990 บาท

อุปกรณ์ภายในกล่องทั้งหมดจะมีดังนี้

  1. ตัวเครื่อง
  2. สาย USB Typc-C
  3. adapter รองรับการชาร์จเร็ว  A.I. Charging
  4. เข็มจิ้มถาดซิม
  5. คู่มือการใช้งาน

วัสดุและการออกแบบดีไซน์

ASUS Zenfone5 มาพร้อมกับหน้าจอ Super IPS ขนาด 6.2 นิ้ว Full View ความละเอียด FHD+ 2246×1080 พิกเซล อัตราส่วน 19:9 ความสว่างของหน้าจอ 550nits รองรับระบบของสี NTSC ที่ 95.4% สนับสนุน DCI-P3 การแสดงผลของหน้าจอทำได้สวยงามมากๆ สามารถให้ความสว่างและการเที่ยงตรงของสีสูง ขอบด้านข้างทั้งสี่ด้านเหลือพื้นที่น้อยทำให้ขนาดตัวเครื่องเล็กลง พื้นที่ของหน้าจอ 90%

กระจกครอบทับแบบ Gorilla Glass 2.5 D

เหนือบริเวณขอบจอที่เป็นรอยบาก ภายใจจะประกอบไปด้วย กล้องหน้าความละเอียด 8 ล้านพิกเซล f2.0 Omnivision 8856 sensor เลนส์วาย 84 องศา และลำโพงสนทนาทำหน้าที่เป็นลำโพงตัวเครื่องด้วย , เซนเซอร์วัดแสงและไฟแสดงสถานะ

ด้านหลังตัวเครื่อง วัสดุเป็นกระจก Gorilla Glass 2.5 D  เช่นเดียวกันแต่จะเพิ่มความเงาสะท้อนแสงของตัวเครื่องเข้ามาให้เพิ่มความสวยงาม ภายในจะขึ้นลวดลายไว้ให้เวลาสะท้อนแสงจะเป็นริ้วต่างๆ

ด้านหลังตัวเครื่องจะประกอบไปด้วย กล้องคู่ Dual camera ความละเอียด 12+8 ล้าน กล้องหลักใช้เซ็นเซอร์ Sony IMX363 ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/1.8 มุมมองการรับภาพ 83 องศา กล้องรอง 8 ล้านพิกเซลเป็นเลนส์วาย 120 องศา รูรับแสง f/2.2 พร้อมแฟลชทรูโทน ถัดลงมาจะเป็นตำแหน่งของปุ่มสแกนลายนิ้วมือ และโลโก้ของทางแบรนด์

ด้านล่างจะมีช่องเสียบหูฟังขนาด 3.5 มม.  ช่อง USB Typc-C 2.0 และลำโพงตัวเครื่อง เสียงผ่านลำโพงตัวเครื่องเสียงดังใช้ได้เลย ส่วนหนึ่งเพราะเป็นลำโพงคู่ Dual Speaker และใช้เทคโนโลยี NXP9874 Smart AMP สำหรับการใช้งานนอกอาคาร ยังมีตัวช่วยบูทเสียงให้ดังยิ่งขึ้นกว่าปกติอีกครับ เสียงดังมากๆ

ฝั่งขวาจะมีปุ่มปรับระดับเสียงและปุ่ม power

ด้านบนจะมีไมค์ตัดเสียงรบกวนมาให้

ฝั่งซ้ายจะเป็นช่องใส่ถาดซิม ถาดซิมแบบไฮบริด

ขนาดตัวเครื่องเมื่อถือใช้งานครับ

ระบบปฎิบัติการ

ASUS Zenfone5 มาพร้อมกับระบบปฎิบัติการ Android 8.0 Oreo ครอบทับด้วย ASUS ZenUI 5.0 ทำงานได้ไหลลื่น และทาง ASUS เคลมมาว่ามีให้อัพเดทอย่างน้อย 2 เวอร์ชั่นครับ ไม่ต้องกลัวการถูกลอยแพอีกต่อไป แถมยังมีธีมต่างๆให้โหลดใช้งานฟรีๆอีกด้วย การแจ้งเตือนทำได้ดีมากๆ ไม่พลาดการติดต่อ และมีตัวเลขกำกับการแจ้งเตือนที่รูปไอคอนด้วย สำหรับพ่อแม่ที่กลัวลุกๆติดมือถือ ยังมีโหมดสำหรับเด็กมาให้ครับ สำหรับการควบคุมการใช้งาน

สำหรับฟังก์ชั่นพิเศษ อย่างการใช้งานสองหน้าจอ / การโคลนแอ๊พ / การวาดรูปผ่านหน้าจอเพื่อเข้าโหมดแบบรวดเร็ว และการจัดการต่างๆ รวมไปถึงฟีเจอร์ ZENIMOJI ยังมีมาให้ใช้งานปกติ เพิ่มความสะดวกสบายได้มากยิ่งขึ้นเลยครับ

ประสิทธิภาพการทำงาน

ASUS Zenfone5 เลือกใช้ชิปประมวลผล Qualcomm Snapdragon 636 สภาปัตยกรรมการผลิต 14นาโนเมตร Octa-core 64bit พร้อมเทคโนโลยี Artificial Intelligence (A.I.) จะเข้ามาช่วยในการจัดการพลังงานต่างๆและรีดพลังงานมาใช้งานได้สูงสุด (A.I. Boots) หน่วยความจำภายใน RAM 4 GB / ROM 64 GB รองรับ microSD สูงสุด 2TB หลังจากใช้งานมาซักพัก เล่นเกมส์บ้างนิดหน่อย สามารถตอบสนองได้ดีทีเดียว เล่นเกมส์ได้ดี อาจจะไม่ไหลลื่นเท่ากับซีรี่ย์ 845 แต่การจัดการพลังงานถือว่าทำได้ดีมากๆครับ เล่นเกมส์ได้ยาวนานและตัวเครื่องไม่ร้อนมากเกินไป

ดูหนัง-ฟังเพลง

หน้าจอขนาด 6.2 นิ้ว ความละเอียด FHD+ 2246×1080 พิกเซล อัตราส่วน 19:9 ดูหนังหรือเล่นเกมส์ได้ดีมากๆเนื่องจากการแสดงผลของจอที่ดี ระบบเสียงแบบ DTS Headphone:X สำหรับการฟังเพลงผ่านหูฟัง ส่วนระบบเสียงผ่านลำโพงตัวเครื่องจะมี  NXP9874 Smart AMP ช่วยขับเสียงผ่านลำโพงคู่ Dual Speaker ให้เสียงที่ดียิ่งขึ้น รองรับ BT 5.0 ด้วยน่ะ

และที่ชอบมากคือ ช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม. ยังอยู่ดี ไม่ได้หายไปไหน

กล้องถ่ายรูป

กล้องหน้า ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล f2.0 Omnivision 8856 sensor เลนส์วาย 84 องศา

กล้องหลังคู่ Dual camera ความละเอียด 12+8 ล้าน กล้องหลักใช้เซ็นเซอร์ Sony IMX363 ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/1.8 มุมมองการรับภาพ 83 องศา กล้องรอง 8 ล้านพิกเซลเป็นเลนส์วาย 120 องศา รูรับแสง f/2.2 มาพร้อมกับระบบกันสั่น OIS แบบ 4 แกน รองรับการถ่ายวีดีโอ 4K

เทคโนโลยีการถ่ายภาพ A.I. Photography ช่วยให้การถ่ายภาพดีขึ้น สนุกมายิ่งขึ้นกับซีนสำเร็จมากถึง 16 ซีนด้วยกัน

สามารถถ่ายหน้าชัดหลังเบลอได้ และปรับความเบลอขณะถ่ายได้เลย

ภาพถ่ายจากกล้อง ASUS Zenfone5

โหมดหน้าชัดหลังเบลอ

ภาพย้อนแสง เปิด HDR auto

เปิด auto

แสงน้อยและโหมดกลางคืน

ระบบนำทางผ่าน GPS จับสัญญาณได้รวดเร็วและแม่นยำมากๆ แบตเตอรี่ 3,300mAh พร้อมเทคโนโลยี BoostMaster และ A.I. Charging ใช้งานได้ยาวนานแถมชาร์จเร็วมากๆ ส่วนหนึ่งน่าจะเป็นเพราะชิปประมวลผลใน ASUS Zenfone5 ฉลาดในเรื่องการจัดสรรพลังงานด้วยครับ ทำให้แบตอยุ่ได้ยาวนาน

สรุป

ตามที่เกริ่นมาก่อนหน้านี้ว่า ASUS Zenfone5 มาพร้อม A.I. technology ซึ่งจะประกอบไปด้วย

  1. A.I. Display จะช่วยในการแสดงผลของหน้าจอให้ดียิ่งขึ้นและช่วยประหยัดพลังงาน
  2. A.I. Camera ช่วยให้การถ่ายภาพดียิ่งขึ้นและสนุกกับการใช้งานมากขึ้นกับรุปแบบ AI.มากขึ้น 16 ซีนด้วยกัน
  3. A.I. Photo Learning ไม่ใช้ฉลาดแค่การถ่ายภาพ แต่โหมดนี้จะช่วยในการจัดเก็บไฟล์ต่างให้ให้โดยการแยกหมวดหมู่ สถานที่ และเวลา
  4. A.I. Boots เพื่อเร่งประสิทธิภาพของชิปประมวลผลให้ดียิ่งขึ้น และจัดสรรพลังงานให้สอดคล้องกับการใช้งาน ทำให้ระยะเวลาใช้งานของแบตเตอรี่ยาวนานยิ่งขึ้น
  5. A.I. Chaging ช่วยในการประจุไฟเข้าแบตเตอรี่
  6. A.I. Ringtone เป็นการตรวจจับเสียงรอบข้างแล้วนำมาปรับระดับเสียงเรียกเข้าให้เข้ากับสถานะการณ์นั้นๆ

ก็ต้องยอมรับว่าสมาร์ทโฟนเดี๋ยวนี้ก้าวเดินไปอย่างรวดเร็ว และได้นำเอาเทคโนโลยีปัญญาประดิษบ์มาใช้งานให้สอดคล้องกับการใช้งานของแต่ละบุคคลให้ดียิ่งขึ้น สำหรับ ASUS Zenfone5 ถือว่าทำผลงานได้ดีเป็นที่น่าพอใจครับ และตัวเครื่องสวยงามน่าถือใช้งานยิ่งนัก จอสวย เสียงดี กล้องแจ่ม แบตอึดทนแถมรองรับชาร์จเร็ว กับค่าตัว 13,990 บาท ถือว่าคุ้มมาก